English language
ภาษาไทย

สื่อประชาสัมพันธ์ Infographic
ภาวะโรคเครียดในเด็กที่พ่อแม่ต้องรู้

 

ความเครียดของเด็กสามารถแบ่งได้ 3 ระดับ

  • ระดับที่ 1 เป็นลักษณะของเด็กที่มีความเครียด วิตกกังวล ไม่มีสมาธิ ซึ่งขึ้นนี้จะไม่เป็นความเครียดที่ไม่มีผลกระทบต่อการเรียนและไม่กระทบกับความสัมพันธ์ของคนรอบๆ ข้าง เพียงแค่เป็นความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น

  • ระดับที่ 2 เป็นลักษณะที่เริ่มรุนแรงขึ้นมาอีกขั้น โดยขั้นนี้จะกระทบต่อการเรียน และการทำงาน รวมไปถึงกับคนรอบข้างอีกด้วย

  • ระดับที่ 3 เป็นลักษณะที่มีความรุนแรงและมีผลกระทบอย่างมาก ขึ้นนี้จะทำให้เด็กไม่มีสมาธิ ผลการเรียนตก ซึมเศร้า เหม่อลอย อยากตาย ร่างกายไม่มีกำลัง เพราะเนื่องจากระบบประสาททำงานผิดปกติ ฟังชั่นของเด็กผิดปกติไปด้วย เช่นเมื่อสมองไม่มีความสมดุล เมื่อเด็กเจอความเครียด ระบบสมองก็จะลดน้อยลงไป ทำให้การทำงานของเซลล์สมองติดขัด ทำให้สมองเปลี่ยนแปลงนั้นเอง

 

สาเหตุของความเครียด

มีด้วยกัน 2 สาเหตุหลักๆ ซึ่งได้แก่

  • ปัจจัยภายนอก เช่น เรื่องการบ้าน การงาน ความขัดแย้งกันในครอบครัว การย้ายบ้าน เป็นต้น

  • ปัจจัยภายใน ซึ่งบางเด็กบางคนมีนิสัยที่คิดมาก หรือวิตกกังวลในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือสารเคมีในสมองไม่สมดุล ทำให้เกิดอารมณ์เครียดและเศร้าได้อย่างง่ายดาย

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเครียด

  • กรรมพันธุ์ที่ทำให้ระบบประสาทเกิดความเครียดง่าย หรือเรียกง่ายๆ ก็คือคุณพ่อคุณแม่มีนิสัยที่เครียดและวิตกกังวลง่าย ทำให้ลูกเรียนรู้นิสัยจากคุณพ่อคุณแม่นั้นเอง

  • สภาพแวดล้อมที่เครียด เช่น เกิดปัญหากันในครอบครัวบ่อย คุณพ่อคุณแม่คาดหวังและกดดันลูกเกินไป เป็นต้น

  • การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน โดยเฉพาะช่วงรอยต่อจากเด็กไปสู่วัยรุ่น ซึ่งมีการปรับตัวในสังคม และในช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือนของผู้หญิง อีกทั้งวัยทองของผู้ชายก็ ซึ่งก็ทำให้เกิดอารมณ์หงุดหงิด วิตกกังวลและโกรธง่ายถึงแม้จะน้อยกว่าผู้หญิงก็ตาม

เด็กมักจะเครียดเรื่องอะไรบ้าง

  • การบ้านที่ต้องทำมากเกินไป : เนื่องจากเด็กๆ เรียนมาทั้งวัน แถมยังมีการบ้านที่เยอะแยะกลับมาทำที่บ้านอีก ทำให้เด็กๆ อาจจะเครียดได้ เพราะสมองของเขาได้ทำงานหนักมาทั้งวันนั้นเอง

  • ทะเลาะกับพี่น้อง หรือเพื่อนที่โรงเรียน : ซึ่งอย่างเราๆ เห็นก็คงเป็นเรื่องธรรมดาที่พี่น้องหรือเพื่อนต้องทะเลาะกัน แต่เด็กๆ นั้นยังไม่มีความเข้าใจและยับยั้งอารมณ์ของตัวเอง ทำให้เกิดความเครียดกับเด็กๆ ได้

  • รู้สึกไม่มีใครรักและสนใจ : ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้เด็กๆ ค่อนข้างเครียดอย่างมาก เพราะด้วยความเป็นเด็ก เขาต้องการการยอมรับจากคนรอบข้างโดยปกติอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนที่เขารักและผูกพันธ์ด้วยนั้น เขาก็จะแสดงออกมาด้วยความหวงและอิจฉา ไม่พอใจ แกล้งไม่พูดด้วยหรือทำร้ายนั้นเองค่ะ เช่นเวลามีเพื่อนใหม่เข้ามาในกลุ่ม เพื่อนๆ คนอื่นก็ทำการต้อนรับและให้ความสนใจ จนคิดว่าเพื่อนรักเพื่อนใหม่มากกว่า ทำให้เขาต่อต้านและแยกตัวออกจากกลุ่ม เป็นต้น

  • เปลี่ยนโรงเรียนใหม่ : เนื่องจากเขาต้องเจอกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ที่ไม่เคยเจอ ทำให้เด็กๆ อาจเกิดการเครียดได้ บางคนจะมีอาการไม่สบาย ปวดหัว ปวดท้อง อาเจียน หรือแกล้งป่วยเพื่อจะได้ไม่ไปโรงเรียนนั้นเอง วิธีแก้คุณพ่อคุณแม่อาจจะพาเด็กๆ ไปเข้าค่ายเตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียน ได้เจอกับเพื่อนใหม่ๆ ก่อน เพื่อให้เขาปรับตัวนั้นเอง

  • คิดว่าตัวเองไม่เก่งเอาซะเลย : ซึ่งเกิดจากความกดดันที่ไม่มีหรือไม่เก่งเหมือนคนอื่น เช่น พี่เรียนเก่งกว่า หรือเล่นกีฬาไม่เก่งเหมือนเพื่อน ทำให้เขารู้สึกท้อแท้และเกิดความเครียดขึ้นมาได้นั้นเอง ซึ่งเหล่านี้ต้องปรับที่สิ่งรอบๆ ตัว และความคิดหรือรู้สึกของตัวเด็กนั้นเอง

อาการ

เมื่อเด็กๆ รู้สึกเครียดจากอะไรก็ตามมาก ก็จะมีอาการที่บ่งบอกว่าเขาเครียดแล้ว เช่น

  • ปวดหัว หรือปวดเมื่อยตามร่างกาย

  • ท้องเสีย มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร

  • ใจสั่น เหงื่อออก

  • เบื่อ เศร้า ไม่อยากทำอะไร

  • โกรธ หงุดหงิด หรือร้องไห้ง่าย

  • ไม่มีสมาธิ วิตกกังวล

หมอ ได้แนะนำวิธีป้องกัน และแก้ไขเพื่อไม่ให้เด็กเครียด ด้วยกัน 4 ข้อ ดังนี้

  • หมั่นสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ของลูกอยู่เสมอ

คุณพ่อคุณแม่สามารถเข้าไปพูดคุย รับฟังความคิดเห็นจากลูก เมื่อลูกมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น เมื่อเห็นลูกเงียบๆ หรือเหนื่อยๆ ควรเข้าไปถามเขาว่ามีอะไรหรือเปล่า พยายามแสดงความห่วงใยและเข้าใจเขา แล้วลูกจะรับรู้เองว่าคุณพ่อคุณแม่เข้าใจเขามากขึ้นนั้นเอง

  • ไม่ควรกดดันลูกจนเกินไป

เพราะการกดดันลูกโดยเฉพาะเรื่องการเรียน คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรคาดหวังลูกจนเกินไป เพราะจะทำให้ลูกเครียดได้นั้นเองค่ะ แต่ถ้ากรณีที่เด็กมีความอ่อนไหวต่อความรู้สึกแม้ว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้กดดันเขา หรือไม่ได้คาดหวังอะไร เด็กก็อาจจะเครียดเองได้ เพราะเขาจะสร้างความกดดันให้กับตัวเอง โดยที่ตั้งเป้าหมายไว้ต้องทำให้ได้หรือไม่ ก็เกิดการเปรียบเทียบและแข่งขันกับเพื่อน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยของเด็กนั้นเอง

  • ไม่ควรดุ ตำหนิ หรือตีลูก

การดุด่า หรือการตีลูกจะทำให้เขารู้สึกไม่ดีกับตัวเอง และจะทำให้เขารู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่รัก อีกทั้งยังทำให้เขาเกิดการต่อต้าน และนำเอาวิธีที่ปฏิบัตินั้นไปใช้กับเพื่อนที่โรงเรียน ทางที่ดีก็คือคุณพ่อคุณแม่ควรตั้งสติและใช้เหตุผลกับลูกให้มากที่สุดนะคะ นอกจากนี้ต้องเลิกเพิกเฉยต่อเด็กอย่างสมเหตุสมผลเพราะบางอย่างเด็กอาจจะต้องการให้คุณพ่อคุณแม่สนใจเขาและเข้าใจเขาด้วยนั้นเอง

  • ใช้เวลาอยู่กับลูกบ่อยๆ และเข้าใจลูกให้มาก

ควรมีเวลาให้กับลูกบ่อยๆ อย่างเช่น การพาไปทำกิจกรรมร่วมกันเป็นครอบครัว เล่นกับลูกบ่อยๆ จะทำให้ความสัมพันธ์ทั้งสองฝ่ายแนบแน่น ถ้าหากลูกอยู่ในวัยประถม คุณพ่อคุณแม่อาจจะเล่นสนุกกับเขา ชมเชยเขาได้ ส่วนถ้าลูกโตขึ้นมาหน่อยกำลังเป็นวัยรุ่นละก็ อาจจะเป็นที่ปรึกษาพูดคุยกับเขา เป็นการช่วยให้เขาเปิดใจระบายความในใจออกมาให้เราฟัง ทำให้ลูกไม่เครียดนั้นเอง

ที่มา : https://www.parentsone.com

 

Page View : 47
เนื้อหาอื่นๆ
ทั้งหมด >>
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ต้องมีการสาดน้ำกัน เด็กๆก็เป็นวัยที่ชื่นชอบการเล่นการสาดน้ำกันมาก ซึ่งบางครั้งการเล่นสนุกหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย ฉะนั้นผู้ปกครองควรสอนหรือแนะนำ รวมทั้งเป็นแบบอย่างการเล่นน้ำสงกรานต์ให้แก่เด็กๆ น้ำที่ใช้สาด ควรเป็นที่มีความสะอาด ควรสาดบริเวรลำตัว
11 Apr 2019 08:59
แนะนำกิจกรรมให้เด็กทำให้ช่วงปิดเทอม เพื่อให้ช่วงปิดเทอมของเด็กๆมีความสุข สนุกและมีคุณค่า 1.งานบ้าน พ่อแม่มอบหมายหน้าที่ในการทำงานบ้าน เพื่อฝึกความรับผิดชอบ โดยการมอบหมายงานบ้านนั้น ควรเหมาะสมกับวัย ทั้งนี้พ่อแม่ร่วมทำงานนั้นกับลูกก็จะเป็นการดียิ่ง 2.สัมผัสธรรมชาติ การได้สัมผัสธรรมชาติทำให้เด็กผ่อนค
11 Apr 2019 08:57
ทานอาหารด้วยตัวเอง คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกเด็กๆ ให้ทานอาหารด้วยตัวเองอย่างเรียบร้อยและเป็นเวลาได้ โดยที่คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ลูกน้อยได้ออกกำลังกล้ามเนื้อมือ และทำกิจกรรมต่างๆ ที่ใช้มือและตาทำงานประสานกันนั้นเอง และการตักอาหารก็เช่นกัน คุณพ่อคุณแม่ควรจะเตรียมอาหารให้เด็กๆ อย่างพอดี เพื่อไม่ให้ลูกท้อในก
29 Mar 2019 13:32
1. ดูว่าลูกเล่นอะไรบนมือถือบ้าง เดี๋ยวนี้สื่อและเกมออนไลน์มีหลากหลายมาก คุณพ่อคุณแม่ต้องตามลูกให้ทันและรู้ว่าสิ่งที่ลูกดู หรือเล่นมีอะไรบ้าง วิดีโอหรือสื่อบางอย่างอาจไม่เหมาะสมกับวัยของพวกเขา มีถ้อยคำและภาพที่รุนแรง น่ากลัว จะต้องคอยชี้แนะให้กับลูก เพราะเด็กยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่า อะไรควรอะไรไม่ควร
28 Mar 2019 09:41
ใบประกาศรับรองคุณภาพ (HA)

ขอแจ้งประกาศ

 

ข้อเสนอแนะ/ร้องเรียนบริการ



ข่าวสารประจำวัน

                        
อ่านทั้งหมด

สื่อ Infographic

                        
อ่านทั้งหมด อ่านทั้งหมด
ประกาศรับสมัคร
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ ตำแหน่ง นักจิตวิทยา
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไป
อ่านทั้งหมด
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาสผู้ชนะเสนอราคา จ้างซ่อมแซมเครื่องปรับอากาศ ห้องอาหารชั้น 1 จำนวน 1 งาน ร้านวี.ที.เอ็นแอร์
ประกาศผู้ชนะเสนอราคา จ้างเหมาปรับปรุงห้องน้ำคนพิการ จำนวน 1 งาน
ประกาศผู้ชนะเสนอราคา จ้างเหมาบุคคลภายนอกเคลื่อนย้ายครุภัณฑ์สำนักงาน จำนวน 1 งาน
ประกาศผู้ชนะเสนอราคา จ้างถ่ายเอกสารและเข้าเล่ม จำนวน 1 งาน
ประกาศผู้ชนะ ซื้อวัสดุครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ จำนวน 3 รายการ
อ่านทั้งหมด
ราคากลางโครงการจัดซื้อจัดจ้าง
อ่านทั้งหมด
ประกาศเชิญชวน/ประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคา
อ่านทั้งหมด
สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้าง
แบบสขร.1 เดือนมีนาคม 2562
อ่านทั้งหมด
การเงินและบัญชี
งบทดลอง กุมภาพันธ์ 62
งบทดลอง มกราคม 62
งบทดลอง ธันวาคม 61
งบทดลอง พฤศจิกายน 61
งบทดลอง ตุลาคม 61

เอกสาร Download
เอกสารการประชุม
อ่านทั้งหมด